การนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้กับบ้านพักอาศัย

Date: 31/05/2016

กรณีตัวอย่าง : การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากระบบโซลาร์เซลล์ที่เมือง Billigheim ประเทศเยอรมนี


เทคโนโลยีที่สำคัญของ KACO Inverter รุ่น Powador 10.0 TL3 ที่นำมาใช้กับบ้านหลังนี้ นอกจากผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์แล้ว ยัง :

  • ทำงานร่วมกับระบบตรวจสอบ (Monitoring) ต่างๆ
  • สื่อสารกับผู้ให้บริการไฟฟ้า (Grid Operator)
  • เปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

กล่าวคือ ข้อมูลทั่วไปของระบบโซลาร์เซลล์ สามารถตรวจสอบได้ จากตัวเก็บข้อมูล (Data Logger) และเว็บเซิร์ฟเวอร์ ที่ติดตั้งมาให้ พร้อมใน KACO Inverter รุ่น Powador TL3 และรุ่น blueplanet และ หากต้องการดูประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ในแต่ละกลุ่ม ก็สามารถ ดูผ่าน Powador-web ได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปเชื่อมโยงกับตัวเก็บ ข้อมูลยี่ห้ออื่น ที่อาจมีตัวตรวจวัดสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น เป็นต้น

ภาพรวมการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากระบบโซลาร์เซลล์


ส่วนการสื่อสารกับผู้ให้บริการไฟฟ้า ผ่าน Interface Module จะ ทำให้ทราบสภาพอากาศ สถานะทางบัญชีซื้อ (Grid Account)-ขายไฟ (Solar Account) รวมทั้งประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก ระบบโซลาร์เซลล์และความสามารถในการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใน บ้านด้วย ระบบ “พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าของตน” (Priwatt Self-Consumption) ซึ่งให้ประโยชน์แก่เจ้าของบ้าน ดังนี้

  • ช่วยประหยัดค่าไฟ เพราะใช้ไฟบางส่วนจากระบบโซลาร์เซลล์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าค่าไฟจากผู้ให้บริการไฟฟ้า
  • เพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในบ้านเพราะมีแหล่งจ่ายไฟหลายแหล่ง
  • ไฟฟ้าที่ได้จากระบบโซลาร์เซลล์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบ “พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าของตน” เป็นตัวควบคุม (Controller) สำหรับบริหารจัดการการใช้พลังงานที่ได้รับการติดตั้งอยู่ใน KACO Inverter ทุกรุ่นที่มีขนาดตั้งแต่ 50 kVA ลงมา ผู้ใช้สามารถตั้งค่า (Configure) เพื่อเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ที่หน้าจอของ KACO Inverter เช่น
  • จะให้เปิด-ปิดวันละครั้ง หรือใช้ต่อเนื่อง
  • กำหนดให้เปิดหลังจากระบบโซลาร์เซลล์ทำงานแล้วกี่นาที ระหว่าง 1-60 นาที
  • กำหนดขนาดกำลังงานที่ต้องการใช้ไฟจากระบบโซลาร์เซลล์ เช่น 100 วัตต์
  • ตั้งเวลาให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานกี่นาทีระหว่าง 1-600 นาที

ระบบ “พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าของตน” (Priwatt Self-Consumption)

ข้อแนะนำ

เนื่องจากระบบ “พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าของตน” เป็นการแบ่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากระบบโซลาร์เซลล์ส่วนหนึ่งมาใช้เอง (Self-Consumption) และอีกส่วนนำไปขายให้กับผู้รับซื้อ ประกอบกับต้นทุนค่าไฟจากระบบโซลาร์เซลลต์ ต่ำกว่าค่าไฟจากผู้ให้บริการไฟฟ้า จึงควรกำหนดขนาดกำลังงานที่ต้องการใช้ไฟ จากระบบโซลาร์เซลล์ให้เพียงพอต่อความต้องการของเครื่องใช้ ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมาก เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำร้อน หรือ แม้แต่นำไปชาร์จแบตเตอรี่